คำทำวัตรเช้า
Morning Chanting
พุทธาภิถุติง
พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงทำความดับทุกข์ให้แจ้ง ด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว ทรงสอนโลกนี้ พร้อมทั้งเทวดา มาร พรหม และหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์ให้รู้ตาม
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ทรงแสดงธรรมแล้ว
ไพเราะในเบื้องต้น
ไพเราะในท่ามกลาง
ไพเราะในที่สุด
ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือ แบบแห่งการปฏิบัติอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น
ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า.
(กราบระลึกถึงพระพุทธคุณ)
ธัมมาภิถุติง
พระธรรมนั้นใด เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นธรรมที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นธรรมที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นธรรมที่ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น
ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า.
(กราบระลึกถึงพระธรรมคุณ)
สังฆาภิถุติง
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว
ได้แก่ บุคคลเหล่านี้ คือ
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ
นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น ด้วยเศียรเกล้า.
(กราบระลึกถึงพระสังฆคุณ)
รตนัตตยัปปณามคาถา
พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณาดุจห้วงมหรรณพ
พระองค์ใด มีตาคือญาณ อันประเสริฐหมดจดถึงที่สุด
เป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาป และอุปกิเลสของโลก
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรืองเปรียบดวงประทีป
จำแนกประเภท คือ มรรค ผล นิพพาน ส่วนใด
ซึ่งเป็นตัวโลกุตตระ และส่วนใด ที่ชี้แนวแห่งโลกุตตระนั้น
ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
พระสงฆ์เป็นนาบุญอันยิ่งใหญ่ กว่านาบุญอันดีทั้งหลาย
เป็นผู้เห็นพระนิพพาน ตรัสรู้ตามพระสุคตหมู่ใด
เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเล เป็นพระอริยเจ้ามีปัญญาดี
ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์ หมู่นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
บุญใด ที่ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสาม คือ พระรัตนตรัย อันควรบูชายิ่งโดยส่วนเดียว ได้กระทำแล้วเป็นอย่างยิ่ง เช่นนี้ นี้ ขออุปัทวะทั้งหลาย จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย ด้วยอำนาจความสำเร็จ อันเกิดจากบุญนั้น.
สังเวคปริกิตตนปาฐะ
พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้
เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
และพระธรรมที่ทรงแสดง เป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์,
เป็นเครื่องสงบกิเลส เป็นไปเพื่อปรินิพพาน
เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม เป็นธรรมที่พระสุคตประกาศ
พวกเราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้ว จึงได้รู้อย่างนี้ว่า
แม้ความเกิด ก็เป็นทุกข์,
แม้ความแก่ ก็เป็นทุกข์,
แม้ความตาย ก็เป็นทุกข์,
แม้ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์
ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุกข์
ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์
ได้แก่ สิ่งเหล่านี้ คือ
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ รูป
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ เวทนา
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ สัญญา
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ สังขาร
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่น คือ วิญญาณ
เพื่อให้สาวกกำหนดรอบรู้อุปาทานขันธ์เหล่านี้เอง
จึงพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เมื่อยังทรงพระชนม์อยู่
ย่อมทรงแนะนำสาวกทั้งหลาย เช่นนี้ เป็นส่วนมาก
อนึ่ง คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมเป็นไปในสาวกทั้งหลาย ส่วนมาก มีส่วนคือการจำแนกอย่างนี้ ว่า
รูปไม่เที่ยง
เวทนาไม่เที่ยง
สัญญาไม่เที่ยง
สังขารไม่เที่ยง
วิญญาณไม่เที่ยง
รูปไม่ใช่ตัวตน
เวทนาไม่ใช่ตัวตน
สัญญาไม่ใช่ตัวตน
สังขารไม่ใช่ตัวตน
วิญญาณไม่ใช่ตัวตน
สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง
ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ใช่ตัวตน ดังนี้.
พวกเราทั้งหลาย เป็นผู้ถูกครอบงำแล้ว
โดยความเกิด
โดยความแก่และความตาย
โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย
เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว
เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว
ทำไฉน การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ จะพึงปรากฏชัดแก่เราได้.
สำหรับภิกษุสามเณรสวด
เราทั้งหลายอุทิศเฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง แม้ปรินิพพานนานแล้ว พระองค์นั้น
เป็นผู้มีศรัทธา ออกบวชจากเรือน ไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนแล้ว
ประพฤติอยู่ซึ่งพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
ถึงพร้อมด้วยสิกขาและธรรม เป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตของภิกษุทั้งหลาย
ขอให้พรหมจรรย์ของเราทั้งหลายนั้น จงเป็นไปเพื่อการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ ทั้งสิ้นนี้ เทอญ.
สำหรับอุบาสกอุบาสิกาสวด
เราทั้งหลาย ผู้ถึงแล้วซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ปรินิพพานนานแล้วพระองค์นั้น เป็นสรณะ
ซึ่งพระธรรมด้วย ซึ่งพระสงฆ์ด้วย
จักทำในใจอยู่ ปฏิบัติตามอยู่ ซึ่งคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ตามสติกำลัง
ขอให้การปฏิบัตินั้น ๆ ของเราทั้งหลาย
จงเป็นไป เพื่อการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ เทอญ.
จบทำวัตรเช้า
จากหนังสือสาธยายธรรม นำสู่วิมุตฺติ หน้า ๑๘ รวบรวมและเรียบเรียงโดยทีมงานธรรมสมทบ